วิธีตรวจเช็ค กับ เติมน้ำกลั่น แบบเข้าใจง่าย

ทำแบบนี้ !! วิธีตรวจเช็ค กับ เติมน้ำกลั่น แบบเข้าใจง่าย

แบไต๋ วิธีตรวจเช็ค และการเติมน้ำกลั่นในหม้อแบตเตอรรีรถยนต์ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง แบบเข้าใจง่าย ก่อนที่จะออกเดินทาง

1. วิธีตรวจเช็ค กับ เติมน้ำกลั่น : เช็ดตัวแบตเตอรี ให้สะอาด

ถือว่าเป็นเรื่องแรกที่พึงจะทำ โดยจะต้องใช้น้ำยาเช็ดกระจกฉีดลงผ้าขี้ริ้ว แล้วเช็ดลงที่ตัวแบตเตอรี หรือจะใช้กระดาษทิชชู ก็ได้ จนกว่าจะเปื่อย ก็ให้ใช้แผ่นใหม่ได้ หรือ หากมีเวลามากพอ ก็ถอดตัวแบตเตอรี มาทำความสะอาดได้ ด้วยการใช้น้ำร้อนไปจุ่มลงตรงขั้วแบตเตอรี เพราะจะช่วยให้ละลายคราบกัดกร่อนให้กลับมาสะอาดอีกครั้ง


2. วิธีตรวจเช็ค กับ เติมน้ำกลั่น : เปิดรูเติมน้ำกลั่น


ขั้นตอนต่อมา ก็เป็นการเปิดรูเติมน้ำกลั่น ซึ่งแบตเตอรรีรถยนต์นั้น จะมีอยู่ทั้งหมด 6 ช่อง ซึ่งหากเป็นแบบจุกหมุน ก็ให้หมุนทวนเข็มนาฬิกาออกมาได้ และวางให้ใกล้รูเดิม เพื่อป้องกันการหล่นหาย


3. วิธีตรวจเช็ค กับ เติมน้ำกลั่น : ทำความสะอาดบริเวณใกล้ๆ รูเติมน้ำกลั่น เพิ่มเติม

แน่นอน เราได้ทำความสะอาดตัวแบตเตอรีแล้ว แต่ในส่วนของรูเติมน้ำกลั่นนั้น อาจจะมีคราบสกปรกติดค้างอยู่ ก็สามารถทำความสะอาดเพิ่มเติมได้ ด้วยการใช้น้ำยาเช็ดกระจก ฉีดใส่กระดาษทิชชูเล็กน้อย และเช็ดไปตรงบริเวณใกล้ๆ รูเติมน้ำกลั่น ซึ่งควรระวังไม่ให้ตัวน้ำยาเช็ดกระจก หรือ เศษกระดาษทิชชู หล่นลงไปในรูเติมน้ำกลั่น


4. วิธีตรวจเช็ค กับ เติมน้ำกลั่น : ส่องดูระดับน้ำกลั่น


วิธีการตรวจในส่วนนี้ สามารถดูได้ง่ายๆ เพียงสังเกตตรงเดือย หรือ ปลายพลาสติกในรูเติมน้ำกลั่น และลองเขย่า หากน้ำกลั่นกระทบกับเดือยรูเติมน้ำกลั่น แสดงว่า น้ำอยู่ในระดับพอดี ไม่ต้องเติมแล้ว แต่หากน้ำกลั่นที่มี ไม่กระทบตัวเดือย แสดงว่าน้ำกลั่นที่มีเริ่มแห้งแล้ว ฉะนั้นควรเติมน้ำกลั่นมาให้พอดี โดยด่วนเลย ซึ่งควรเติมทุกช่องเลย ยิ่งดี


5. วิธีตรวจเช็ค กับ เติมน้ำกลั่น : สังเกตตาแมว


แบตเตอรีแบบใหม่ จะสามารถเช็คดูได้ง่าย ด้วยสัญลักษณ์ตาแมว หรือ Indicator Sign ที่มีอยู่ในตัวแบตเตอรี ซึ่งจะมีสัญลักษณ์บ่งบอกอย่างชัดเจน ว่า ณ เวลานี้ แบตเตอรีของคุณ อยู่ในระดับไหน หากไม่มีปัญหาใดๆ แล้วไซร้ ก็ออกเดินทางไปไหนมาไหน ได้อย่างสบายใจได้เลย


** เคล็ดลับเพิ่มเติม **

ในเวลาเติมน้ำกลั่น ควรดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง หากสัมผัสโดนน้ำกรด หรือ น้ำกลั่น ควรล้างมือทันที ด้วยสบู่ที่มีค่าเป็นด่าง หรือถ้าหากไม่รู้จริงว่าจะทำยังไง ก็ให้นำรถเข้าอู่ และจดจำจากเขา ว่า ให้ทำอะไรก่อนหลัง ก็ได้อีกทางเช่นกัน


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 684,470