รถยนต์ไฟฟ้าลุยน้ำท่วมขังขนาดย่อมได้แค่ไหน?

รถยนต์ไฟฟ้าลุยน้ำท่วมขังขนาดย่อมได้แค่ไหน? เรื่องน่ารู้ก่อนสตาร์ทรถลุย

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับคนเมือง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ สำหรับผู้ที่ขับขี่รถยนต์สันดาปทั่วไปคงพอจะรู้ลิมิตของรถตัวเองดี แต่สำหรับคนที่กำลังสนใจเทรนด์รักษ์โลก หรือกำลังมองหาบริการเช่ารถเพื่อนำมาทดลองขับใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน คำถามยอดฮิตที่มักจะตามมาเสมอคือ "รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ลุยน้ำท่วมขังขนาดย่อมได้แค่ไหน? แบตเตอรี่จะช็อตไหม?" วันนี้เราจะมาเจาะลึกคำตอบกันครับ

ระบบป้องกันน้ำของรถยนต์ไฟฟ้า: ปลอดภัยกว่าที่คิด

หลายคนระแวงว่าน้ำกับไฟฟ้าเป็นของแสลงกัน ซึ่งก็ถูกครึ่งหนึ่งครับ แต่ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเขาก็คิดเผื่อเรื่องนี้มาอย่างดีแล้ว ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ของรถ EV จะถูกซีลปิดผนึกอย่างหนาแน่น โดยผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูงที่เรียกว่า IP Rating (Ingress Protection)

มาตรฐาน IP67 คืออะไร? รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้แบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐาน IP67 ซึ่งหมายความว่า แบตเตอรี่สามารถป้องกันฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถจมน้ำได้ในระดับความลึกไม่เกิน 1 เมตร เป็นเวลานานสูงสุด 30 นาที โดยที่น้ำไม่ซึมเข้าไปสร้างความเสียหาย

ดังนั้น หากคุณตัดสินใจเลือกใช้บริการรถเช่าที่เป็นระบบไฟฟ้า แล้วต้องเผชิญหน้ากับน้ำท่วมขังขนาดย่อมบนผิวจราจรอย่างกะทันหัน ก็สบายใจได้ในระดับหนึ่งว่าระบบจะไม่ลัดวงจรในทันทีเหมือนเครื่องยนต์สันดาปที่เสี่ยงน้ำเข้าท่อไอดี

ระดับน้ำขนาดย่อมแค่ไหนที่รถ EV "ลุยได้สบาย" และ "ควรเลี่ยง"?

แม้ว่าแบตเตอรี่จะกันน้ำได้ดี แต่รถยนต์ไฟฟ้าก็ยังมีส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ระบบปรับอากาศ มอเตอร์ ระบบไฟส่องสว่าง และเบรก เพื่อความปลอดภัย เราสามารถประเมินระดับน้ำได้ดังนี้ครับ:

  • ระดับน้ำ 10 - 20 เซนติเมตร (ประมาณครึ่งล้อรถ): ระดับนี้ถือเป็นน้ำท่วมขังขนาดย่อมทั่วไป รถยนต์ไฟฟ้าสามารถขับผ่านไปได้สบายๆ โดยไม่มีปัญหา
  • ระดับน้ำ 30 - 40 เซนติเมตร (เลยครึ่งล้อแต่ไม่เกินขอบประตู): รถ EV ยังคงขับผ่านได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงมาก เปิดโหมด Eco ขับช้าๆ และห้ามจอดแช่น้ำเด็ดขาด
  • ระดับน้ำสูงเกินขอบประตูขึ้นไป: ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะน้ำอาจซึมเข้าสู่ห้องโดยสารและทำความเสียหายให้กับระบบอิเล็กทรอนิกส์ส่วนอื่นได้

สำหรับใครที่ใช้บริการเช่ารถกรุงเทพในช่วงหน้าฝน การศึกษาเส้นทางลัดหรือจุดที่น้ำท่วมซ้ำซากล่วงหน้า จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ดีที่สุดครับ

เทคนิคการขับรถยนต์ไฟฟ้าลุยน้ำท่วมขังอย่างปลอดภัย

หากประเมินแล้วว่าเป็นน้ำท่วมขังขนาดย่อมที่พอไปได้ ให้ปฏิบัติตามหลักการต่อไปนี้:

  • รักษาความเร็วให้ต่ำและสม่ำเสมอ: ขับด้วยความเร็วประมาณ 10-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดคลื่นน้ำหน้ารถกระแทกเข้าใต้ท้องรถแรงเกินไป
  • ปิดระบบปรับอากาศ (แอร์): เพื่อป้องกันไม่ให้พัดลมหม้อน้ำพัดเอาน้ำหรือเศษขยะเข้ามาในห้องเครื่อง
  • เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า: เผื่อระยะเบรกมากกว่าปกติ เพราะผ้าเบรกที่เปียกน้ำจะมีประสิทธิภาพลดลงชั่วคราว
  • หลังพ้นน้ำให้เหยียบเบรกย้ำๆ: เพื่อรีดน้ำออกจากจานเบรกและผ้าเบรก ให้ระบบเบรกกลับมาทำงานได้เต็มร้อย

สรุปส่งท้าย

ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีความทนทานต่อการลุยน้ำขังขนาดย่อมได้ดีกว่ารถยนต์สันดาป เนื่องจากไม่มีท่อไอดีที่น้ำจะเข้าสู่เครื่องยนต์จนก้านสูบหัก แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ควรประมาทหรือนำรถไปลุยน้ำลึกโดยไม่จำเป็น

สำหรับใครที่ยังลังเลและอยากสัมผัสประสบการณ์จริง ปัจจุบันในเมืองหลวงมีตัวเลือกรถเช่ากรุงเทพที่หลากหลาย การลองเช่ารถไฟฟ้ามาขับทดสอบดูสัก 2-3 วันในช่วงสภาวะอากาศต่างๆ จะช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของรถ และช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่ารถเช่ารถไฟฟ้านั้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการเดินทางของคุณในอนาคตหรือไม่ครับ

สำนักงานใหญ่ รถเช่าดอนเมือง

ตั้งอยู่เลขที่ 279/57 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210

เวลาเปิดทำการ 08.00 – 20.00 น. ทุกวัน

Call center 02 – 002 – 4606

092-284-8660 / 090-638-4888  / 086-993-3082

Line ID : @ecocar

Email : info@thairentecocar.com

            thairentecocar@gmail.com

WhatsApp :  0869933082

ธนาคารไทยพาณิชย์

เลขบัญชี : 605-2588466

ชื่อบัญชี : บริษัท ไทยเร้นท์อีโก้คาร์ จำกัด

บัญชีประเภทออมทรัพย์

 

**อ่าน** เงื่อนไขสัญญาเช่า  (คลิก)

 

Visitors: 2,312,138