5 เทคนิคขับรถอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน เซฟเงินในกระเป๋าได้แบบเห็นผลจริง

5 เทคนิคขับรถอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน เซฟเงินในกระเป๋าได้แบบเห็นผลจริง

ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและค่าครองชีพสูงขึ้น การรู้วิธีขับรถให้ประหยัดพลังงานถือเป็นความรู้พื้นฐานที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้มหาศาล ไม่ว่าคุณจะขับรถส่วนตัว หรือใช้บริการจาก บริษัทเช่ารถ เพื่อเดินทางท่องเที่ยวหรือทำธุระ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่เพียงเล็กน้อยก็สามารถเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างได้อย่างชัดเจน

วันนี้เรามี 5 เทคนิคดีๆ ในการดูแลรถและขับขี่ให้ประหยัดน้ำมันสูงสุดมาฝากกันครับ รับรองว่านำไปปรับใช้ได้กับรถทุกคันแน่นอน

 

1. วางแผนเส้นทางก่อนสตาร์ทเสมอ

การหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรติดขัดคือหัวใจสำคัญของการประหยัดน้ำมัน ยิ่งถ้าคุณใช้บริการ เช่ารถกรุงเทพ เพื่อวิ่งฝ่าดงรถติดในเมืองหลวง การเปิดแอปพลิเคชันนำทาง (GPS) ดูสภาพการจราจรล่วงหน้าจะช่วยให้คุณเลี่ยงจุดที่ติดขัดหนักๆ ได้ การที่เครื่องยนต์ไม่ต้องติดเครื่องจอดนิ่งๆ เป็นเวลานาน จะช่วยลดการเผาผลาญน้ำมันทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี

2. ขับรถอย่างนุ่มนวล รักษาความเร็วให้คงที่

การเหยียบคันเร่งกระชากตอนออกตัว หรือการเบรกกะทันหันบ่อยๆ จะทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักและสูบฉีดน้ำมันมากกว่าปกติ ควรค่อยๆ ออกตัวและรักษาความเร็วให้อยู่ในระดับคงที่ (ความเร็วที่ประหยัดน้ำมันที่สุดมักจะอยู่ที่ประมาณ 80-90 กม./ชม.) หากคุณกำลัง เช่ารถขับเอง ไปเที่ยวทางไกลกับครอบครัว การขับขี่อย่างนุ่มนวลนอกจากจะช่วยเซฟค่าน้ำมันแล้ว ยังช่วยให้ผู้โดยสารนั่งสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วย

3. ไม่บรรทุกสัมภาระหนักเกินความจำเป็น

รู้หรือไม่ว่า น้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 50 กิโลกรัม จะทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2% ดังนั้นควรเคลียร์สัมภาระที่ไม่จำเป็นออกจากท้ายรถเสมอ สำหรับผู้ที่ใช้ รถเช่ารายเดือน ในการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวัน การหมั่นจัดระเบียบของในรถ ไม่เก็บของหนักๆ ทิ้งไว้ข้ามเดือน ก็เป็นอีกหนึ่งทริคกง่ายๆ ที่ช่วยประหยัดค่าน้ำมันบิลรายเดือนของคุณได้

4. ตรวจเช็กลมยางให้ได้ตามมาตรฐาน

ลมยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนมากขึ้น เกิดแรงเสียดทานสูง และส่งผลให้เครื่องยนต์ต้องออกแรงลากจูงมากกว่าปกติ ทำให้รถกินน้ำมันและยางสึกหรอไว การหมั่นเช็กลมยางให้ตรงตามคู่มืออยู่เสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งกับรถส่วนตัวและคนที่ทำสัญญา รถเช่าระยะยาว ที่บางครั้งอาจจะลืมตรวจเช็กจุดนี้เพราะคิดว่าไม่ใช่รถตัวเอง

5. บำรุงรักษาเครื่องยนต์และไส้กรองอากาศ

เครื่องยนต์ที่สมบูรณ์จะมีการเผาไหม้ที่หมดจด การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศที่อุดตันตามระยะเวลา จะช่วยให้อากาศไหลเวียนเข้าห้องเครื่องได้ดีขึ้น ส่งผลให้ประหยัดน้ำมัน แต่หากคุณไม่อยากปวดหัวกับเรื่องการจำตารางเช็กระยะ การเลือก เช่ารถ มาใช้งานในโอกาสต่างๆ ก็เป็นทางออกที่น่าสนใจ เพราะรถฟลีทเหล่านี้มักจะได้รับการบำรุงรักษาจากศูนย์บริการอย่างสม่ำเสมอ ทำให้คุณได้ขับรถที่สมรรถนะดีและประหยัดน้ำมันเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ

 

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย นอกจากจะช่วยเซฟเงินค่าน้ำมันแล้ว ยังเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์และลดมลพิษทางอากาศได้อีกด้วยครับ

Visitors: 2,275,482