ขนส่งฯ เตรียมพร้อมตั้งรับ EV สูงวัย : เกณฑ์ตรวจสภาพ ตรอ. ยุค EV

ขนส่งฯ เตรียมพร้อมตั้งรับ EV สูงวัย : เกณฑ์ตรวจสภาพ "ตรอ. ยุค EV"

กระแสยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กำลังนำพาภาคการคมนาคมขนส่งเข้าสู่หมุดหมายสำคัญอีกขั้น เมื่อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกๆ ที่เริ่มทยอยจดทะเบียนบนท้องถนนกำลังเข้าสู่อายุการใช้งาน 5 ถึง 7 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น "EV สูงวัย" ทำให้กรมการขนส่งทางบกจำเป็นต้องเร่งวางกรอบมาตรฐานใหม่เพื่อรองรับการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีผ่านสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่ไม่เหมือนเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิม

ในอดีต เกณฑ์การตรวจสภาพรถยนต์น้ำมันจะโฟกัสไปที่ระบบเครื่องกล เช่น ค่าควันดำ ค่าวัดไอเสีย ระบบเบรก ศูนย์ล้อ และระบบส่งกำลัง แต่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดกลับเปลี่ยนเป็นเรื่องของ ความปลอดภัยทางไฟฟ้าและสถานะแบตเตอรี่ เกณฑ์ใหม่ของ ตรอ. ยุค EV จึงมุ่งเน้น 3 มิติหลัก ได้แก่:

  1. ระบบความปลอดภัยทางไฟฟ้าแรงสูง (High Voltage Safety): ตรวจสอบสภาพฉนวนหุ้มสายไฟแรงสูง ความสมบูรณ์ของจุดต่อ และการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟฟ้ารั่วสู่โครงสร้างตัวถัง
  2. สุขภาพของแบตเตอรี่ (Battery State of Health - SOH): การเชื่อมต่อพอร์ตวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจดูประสิทธิภาพการกักเก็บประจุของแบตเตอรี่แรงดันสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะทางขับขี่และความเสถียรของระบบ
  3. ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ (Interlock & Pyrofuse): ทดสอบกลไกตัดวงจรไฟฟ้าแรงสูงฉุกเฉินว่าพร้อมทำงานทันทีที่เกิดการกระแทกหรือความผิดปกติหรือไม่

การยกระดับครั้งนี้สร้างความตื่นตัวให้กับทั้งเจ้าของรถและผู้ประกอบการภาคธุรกิจขนส่งและท่องเที่ยว ตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวที่นิยมมองหาบริการ รถเช่า เพื่อเดินทางท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ ต่างก็เริ่มหันมามองตัวเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้บริษัทรถเช่าต้องตระหนักถึงการดูแลรักษายานพาหนะให้อยู่ในมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดอยู่เสมอ

นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการความคล่องตัวแต่ยังลังเลที่จะแบกรับภาระค่าดูแลแบตเตอรี่ในระยะยาว มักเลือกทางออกอย่างการ เช่ารถ เพื่อทดลองขับขี่ในชีวิตประจำวันก่อนตัดสินใจซื้อจริง เพราะช่วยลดความกังวลเรื่องการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เมื่อรถเริ่มมีอายุการใช้งานสูง

ความเปลี่ยนแปลงนี้ยังส่งผลชัดเจนต่อภาคองค์กรธุรกิจและสตาร์ทอัป โดยหลายบริษัทหันมาใช้โมเดล เช่ารถรายเดือน สำหรับพนักงานหรือฝ่ายขาย ซึ่งเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นกว่าการจัดซื้อเป็นทรัพย์สินของบริษัท และไม่ต้องคอยกังวลกับมาตรฐานการตรวจ ตรอ. ที่เข้มงวดขึ้นในแต่ละปี

เช่นเดียวกับกลุ่มนิติบุคคลขนาดใหญ่ที่เริ่มปรับกองยานพาหนะ (Fleet) มาเป็นพลังงานทางเลือกผ่านสัญญา เช่ารถรายปี เพราะนอกเหนือจากการลดหย่อนภาษีแล้ว ผู้ให้บริการเช่ายังเป็นผู้รับผิดชอบการนำรถเข้าตรวจสภาพตามเกณฑ์ใหม่ของกรมการขนส่งฯ รวมถึงการอัปเดตระบบซอฟต์แวร์และการบำรุงรักษาเชิงป้องกันทั้งหมด

ในส่วนของโครงข่ายคมนาคมทางอากาศ ศูนย์กลางการเดินทางอย่างย่านวิภาวดีรังสิตก็เป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เกิดการปรับตัว ผู้โดยสารที่ลงจากเครื่องบินแล้วมองหา รถเช่าดอนเมือง เริ่มพบเห็นฟลีตรถยนต์ไฟฟ้าพร้อมให้บริการตามจุดจอดมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการสัญจรเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างเงียบสงบและไร้มลพิษ

ความสะดวกสบายนี้สะท้อนไปยังจุดบริการ รถเช่าสนามบินดอนเมือง ที่ไม่เพียงแต่ต้องเตรียมจุดชาร์จไฟสำรองให้พร้อม แต่ยังต้องมีกระบวนการตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ใช้บริการมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดตลอดเส้นทาง

ความพร้อมของเกณฑ์ตรวจสภาพ ตรอ. ยุค EV จึงไม่ใช่แค่เรื่องของระเบียบราชการ แต่เป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ยั่งยืน ช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้ามือสองมีราคาที่สมเหตุสมผล ผู้ใช้บริการรถโดยสารและรถเช่าเดินทางได้อย่างปลอดภัย และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างแท้จริง

สำนักงานใหญ่ รถเช่าดอนเมือง

ตั้งอยู่เลขที่ 279/57 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210

เวลาเปิดทำการ 08.00 – 20.00 น. ทุกวัน

Call center 02 – 002 – 4606

092-284-8660 / 090-638-4888  / 086-993-3082

Line ID : @ecocar

Email : info@thairentecocar.com

            thairentecocar@gmail.com

WhatsApp :  0869933082

ธนาคารไทยพาณิชย์

เลขบัญชี : 605-2588466

ชื่อบัญชี : บริษัท ไทยเร้นท์อีโก้คาร์ จำกัด

บัญชีประเภทออมทรัพย์

 

**อ่าน** เงื่อนไขสัญญาเช่า  (คลิก)

 

Visitors: 2,382,058